QA กับ Tester… 2 อาชีพนี้ เหมือนกันไหม?

QA กับ Tester… 2 อาชีพนี้ เหมือนกันไหม?

หลายครั้งที่เราได้ยินคนเรียก นักทดสอบระบบว่า Software Tester ในขณะที่ QA หรือ Quality Assurance ก็ทำหน้าที่ทดสอบระบบเหมือนกัน…แล้ว 2 ตำแหน่งนี้ทำงานเหมือนหรือต่างกันยังไง?
.
ในการเขียน Software (Web หรือ Application) ขึ้นมาสักชิ้นหนึ่งโดยทีม Programmer / Software Developer ทุกครั้งก่อนนำไปใช้งานจริง จะต้องมีการ Test หรือทดสอบระบบของ Software นั้น ๆ เพื่อให้ระบบทำงานได้ตามที่นักพัฒนาต้องการหรือคาดหวังไว้ โดยผู้ที่ทำการทดสอบระบบ เราเรียกว่า Software Tester นั่นเอง แต่ในหลายองค์กร เราก็เรียก Tester ว่า QA หรือ Quality Assurance นอกจากความต้องการทดสอบให้ระบบรันไปตามที่ควรจะเป็นแล้ว Tester / QA ยังต้องคอยหาจุดบกพร่อง หรือ Bug ที่จะเกิดขึ้นระหว่างใช้งานระบบ รวมถึงต้องคอยติดตาม ทำการทดสอบซ้ำ ๆ เรื่อย ๆ เพื่อให้ Software นั้นยังคงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอยู่เสมอ
.
Software Tester กับ QA เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
จริง ๆ แล้ว หน้าที่หลักของ 2 ตำแหน่งงานนี้คือ ทดสอบระบบและหาจุดบกพร่อง ทำ Test Plan, Test Scenario, Test Case, Test Script แต่ในความเหมือนนั้นก็มีความแตกต่าง คือ Tester จะคอยตรวจสอบและค้นหา Bug, Defect หรือ Issue ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ระบบที่กำลังพัฒนานั้นมีคุณภาพ ส่วน QA จะเน้นที่การป้องกันการเกิด Bug, Defect หรือ Issue และหาวิธีที่ดีและเหมาะสมที่สุดในการนำมาทดสอบระบบ โดยใช้กระบวนการทดสอบอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิพล ที่สำคัญ QA อาจมีความรู้ด้าน Business และ Technology อื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามาด้วย เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดของชิ้นงานที่กำลังพัฒนาอยู่นั่นเอง
.
รูปแบบการ Test มี 2 แบบ
.
Manual Testing : จำลองว่าคือ User ที่ใช้งานระบบจริง ๆ กรอกข้อมูล ทำตามรายการตาม Test Script ที่ออกแบบไว้ โปรเจคใหญ่ ๆ ก็จะใช้เวลาเวลานาน เพราะมันคือการใช้แรงงานคนในการ Test แต่การทดสอบแบบ Manual จะทำให้เห็นจุดบกพร่องที่ชัดเจนและรายงานผลเพื่อทำการแก้ไขได้ทันที ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และหากเป็นการ Test ที่มีข้อมูลเยอะมาก ๆ อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดจากการ Test ได้ง่ายกว่า
.
Automated Test : ใช้ Tools สำหรับการ Test โดยการ Coding ให้ระบบรันการทดสอบด้วยตัวเอง ไม่ต้องใช้แรงคนในการกด ๆ จิ้ม ๆ ช่วยลดระยะเวลาในการ Test ได้มาก แต่การทดสอบแบบ Automated จะไม่เหมาะกับการทดสอบกับโปรเจคระยะสั้น ๆ เพราะการเตรียม Coding อาจใช้ต้นทุนสูงจากการจ้าง Tester ที่เขียนโค้ดได้ และใช้เวลานานเมื่อเทียบกับระยะเวลาของโปรเจค เรียกได้ว่า สะดวกแต่ไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่จะได้กลับมา ดังนั้น Automated Testing จึงเหมาะกับการทดสอบระบบแบบระยะยาว คือใช้ Code ชุดเดิม ปรับแก้เล็กน้อยเมื่อมีการเพิ่ม Feature ใหม่ ๆ เข้าไป และยังสามารถสร้าง User จำนวนมากเพื่อทดสอบระบบในครั้งเดียวได้เลย
.
อยากเป็น Tester / QA ต้องรู้อะไรบ้าง
.
Business เป็นเรื่องสำคัญ
ถ้าเรารู้ว่าธุรกิจที่เรากำลังพัฒนาระบบให้อยู่นั้นมีจุดประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้อย่างไร เราก็จะสามารถพัฒนาโปรแกรมที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่ต้องใช้งานโปรแกรมของเราได้
.
Tools ใหม่ ๆ ที่ไม่ควรพลาด
ถึงแม้การทดสอบระบบจะสามารถทำได้โโยไม่ต้องใช้ Tools หรือ Frameworks ใด ๆ แต่การใช้เครื่องมือได้หลากหลาย เช่น Robot Framework, Cypress, Selenium etc. ก็จะส่งผลดีแบบ 100% แน่นอน เพราะ Skill การใช้ Test Tools บางตัวกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานสุด ๆ เลยหละ
.
รู้เรื่อง Backend ไว้ เป็นดี
ความรู้ด้านระบบหลังบ้าน หรือ Backend ก็ถือว่า is a Plus เพราะถ้าเรามีความรู้ด้าน Backend เราจะรู้ที่มาที่ไปของปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่าง Test จะช่วยแก้ปัญหาได้เร็วขึ้นและตรงจุด แถมคุยกับทีม Developer รู้เรื่องมากขึ้นด้วย
.
References :
https://geniussoft.co.th/software-tester-qa

https://www.thinknet.co.th/how-we-work/

https://sennalabs.com/th/blogs/qa-quality-assurance-tester

Related Content :

Leave your thoughts

Optimistic HR Recruitment works with top local and international businesses, as well as mid-sized corporations in the Thai market in the area of human resource development and recruitment services, as well as strategic consulting services in the IT and software fields.

ติดต่อเรา

บริษัท ฟิวชั่นโซลูชั่น จำกัด

77/148 ชั้น 34 อาคารสินสาธรถ. คุ้งธนบุรีแขวงคลองต้นไทรเขตคลองสานกรุงเทพมหานคร 10600