PDPA ฉบับเข้าใจง่าย เกี่ยวข้องกับเราอย่างไร?

PDPA ฉบับเข้าใจง่าย เกี่ยวข้องกับเราอย่างไร?

 

เริ่มต้นที่ PDPA คืออะไร?
ขึ้นชื่อว่าเป็นเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งค่อนข้างจะละเอียดอ่อน เรามาทำความเข้าใจกันแบบคร่าว ๆ ก่อนว่าเจ้า พ.ร.บ. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ปี 2562 หรือ PDPA (Personal Data Protection Act) นั้นคืออะไร? และทำมาเพื่อบังคับใช้กับคนกลุ่มไหนเป็นหลัก

 

หัวใจสำคัญของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล PDPA ฉบับนี้ ทำมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้บริโภคหรือประชาชนเป็นสำคัญ เน้นควบคุมหน่วยงานรัฐหรือองค์กรเอกชนขนาดใหญ่ ที่จัดเก็บข้อมูลของเราไว้เป็นจำนวนมาก หลังจากนี้หน่วยงานไหนที่นำข้อมูลของเราไปใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลและนำไปใช้โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ และไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย

 

PDPA เป็นประโยชน์ต่อใคร?

จากข้อมูลด้านบน จะเห็นได้ว่าตัวกฎหมาย PDPA มาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะ บนโลกกลม ๆ ที่เต็มไปด้วย Data มหาศาล ทุกข้อมูลส่วนตัวของเราที่แต่ละบริษัทได้ไปนั้น ล้วนแล้วแต่มีมูลค่าในเชิง Marketing เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการนำไปวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปสู่ผลประโยชน์ทางการค้า หรือนำข้อมูลของเราไปเพิ่มมูลค่าให้กลุ่มนายทุน ด้วยการซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนกันในตลาด

 

ในทางกลับกัน สิ่งที่ประชาชนที่ตาดำ ๆ ได้รับกลับมา คือข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลโดยไม่ได้รับความยินยอม ทั้งยังต้องเจอกับเหล่าคอลเซนเตอร์ต่าง ๆ รุมโทรหาเสนอโปรโมชันต่าง ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน โดยทั้งหมดนั้นมาในรูปแบบของโฆษณาหรือล่อลวง

 

  • PDPA เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไป เน้นควบคุมหน่วยงานรัฐและเอกชนเป็นหลัก
  • ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึงสิ่งที่บ่งบอกลักษณะตัวตนของเจ้าของข้อมูลดังกล่าวได้ อาจเป็นได้ทั้งเอกสาร ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ กระดาษ หนังสือ เช่น บัญชีธนาคาร ไอดีไลน์ ชื่อ ที่อยู่ บัญชีผู้ใช้ของเว็บไซต์ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล รูปถ่าย ประวัติสุขภาพ ลายนิ้วมือ เป็นต้น
  • วางใจและเชื่อถือได้ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล PDPA ของไทย มีต้นแบบมาจากกฎหมาย GDPR (General Data Protection Regulation) กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปเกือบ 90%

PDPA เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตเราอย่างไร?

ถึงแม้กฎหมาย PDPA ฉบับนี้จะออกมาเพื่อคุ้มครองประชาชนทั่วไป แต่บางคนอาจจะรู้สึกว่าบางส่วนของกฎหมายอาจจะกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือไม่ การถ่ายรูปต่าง ๆ
ในสถานที่สาธารณะจำต้องเบลอบุคคลอื่นในภาพที่ไม่รู้จัก หรือต้องไปขออนุญาตให้เป็นเรื่องเป็นราวก่อนไหม มีอะไรต้องพึงระวังเป็นพิเศษมากขึ้นหรือไม่นั้น เราสรุปมาให้เรียบร้อยแล้ว!

 

  • การถ่ายรูปบุคคลในครอบครัว เพื่อนฝูงยังทำได้ปกติ ลงโซเชียลมีเดียได้เหมือนเดิม กิจกรรมต่าง ๆ ยังคงทำต่อไปได้ หากทั้งหมดนั้นมุ่งเน้นเนื้อหาเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
  • หากถ่ายรูป ถ่ายคลิปติดบุคคลอื่นโดยไม่เจตนา และไม่ก่อความเสียหายให้กับผู้ที่ถูกถ่าย “เป็นสิ่งที่ทำได้” โดยทั้งหมดนั้นต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว
  • การโพสต์คลิปหรือภาพที่มีบุคคลอื่น ๆ ลงในโซเชียลมีเดีย เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องทางการค้าและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับบุคคลในภาพ ถือว่า “ทำได้” ไม่ผิด PDPA
  • การติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในบ้าน หรือพื้นที่ส่วนตัว เพื่อรักษาความปลอดภัยของคนในบ้านและป้องกันการเกิดอาชญากรรม ยังคงทำได้
  • กฎหมาย PDPA ฉบับนี้ไม่บังคับใช้กับ Personal use อย่างไรก็ตาม การแอบถ่ายผู้อื่น หรือเอาข้อมูลส่วนตัวของคนอื่นไปเผยแพร่ ยังคงเอาผิดได้ตามกฎหมายอาญาหรือเข้าข่ายละเมิดทางแพ่งได้

เจตนาของการกระทำคือสิ่งสำคัญในทุกกฎหมาย

“ PDPA คือเรื่องของ 2 องค์ประกอบรวมกัน คือ ข้อมูลและการกระทำ เมื่อนำมารวมกันแล้ว สุดท้ายพิจารณาว่าเจตนาคืออะไร”

ขึ้นชื่อว่ากฎหมาย ทุกอย่างยังคงตีความตาม “เจตนา” เป็นหลัก เอาง่าย ๆ คือเราเก็บข้อมูลส่วนตัวของคนอื่นไปเพื่ออะไร จุดประสงค์คือสิ่งสำคัญ กรณีที่เรามีชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ของลูกค้า แต่มีไว้เพื่อส่งของรางวัลไปให้หรือส่งเอกสาร ก็ถือว่าไม่ผิด PDPA แต่ถ้าบริษัทเริ่มนั้นข้อมูลเหล่านั้นไปประมวลผลเพื่อธุรกิจ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล นั่นถึงเริ่มเข้าข่ายผิดกฎหมาย

นอกจากนี้เรื่องการรักษาข้อมูล (Security) ถือเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน การได้ข้อมูลเหล่านั้นมา ทางองค์กรและภาครัฐต้องมั่นใจด้วยว่า จะรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ทั้งยังต้องไม่ให้รั่วไหล รวมถึงการถูกแก้ไขดัดแปลง

ข้อยกเว้น PDPA

การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลโดยที่เจ้าของข้อมูลไม่ยินยอม มีเจตนาบางส่วนที่ PDPA ละเว้นให้ และไม่ถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งทั้งหมดนั้นต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ อย่างหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจหน้าที่จัดการข้อมูลต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องแจ้งกับบุคคลดังกล่าวว่าเก็บไปเพื่ออะไร รวมถึงต้องเน้นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลเป็นสำคัญด้วย

  • ทำตามสัญญา
  • กฎหมายให้อำนาจ
  • รักษาชีวิต และ/หรือ ร่างกายของบุคคล (การถ่ายภาพโจร หรือ การถ่ายคลิปทำร้ายร่างกาย เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่นย่อมทำได้)
  • ค้นคว้าวิจัยทางสถิติ
  • เพื่อประโยชน์สาธารณะ
  • ปกป้องผลประโยชน์และสิทธิของตน
    จะเห็นได้ว่า พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (พ.ศ. 2562) หรือ PDPA ที่ออกมาล่าสุดนี้ เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างเรามาก ๆ และจากข้อมูลที่ให้ไป กฎหมายดังกล่าวแทบจะไม่ได้กระทบกับการดำเนินชีวิตของเราแต่อย่างใด ยังคงถ่ายรูป อัปคลิปโซเชียลได้อย่างปกติ หากทั้งหมดนั้นมุ่งเน้นเนื้อหาเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

References : https://th.jobsdb.com/th-th/articles/know-pdpa-2022/

Leave your thoughts

Optimistic HR Recruitment Co., Ltd.

27 Soi Somdejprachaotaksin 14
Bukkalo Thonburi 10600
TAX ID: 0105552066498

©2024 Copyright
All Right Reserved
[email protected]
092-991-6251
02-466-5688
www.optimistic.com | @optimistichr