ตามให้ทัน…PDPA…ใครต้องรู้บ้าง ตอนที่ 2

ตามให้ทัน…PDPA…ใครต้องรู้บ้าง ตอนที่ 2

บทความตอนที่ 1 เรากล่าวถึงข้อมูลเบื้องต้นของ PDPA ไปแล้ว ในบทความนี้เราจะพาไปดู “สิทธิ” ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และ “โทษ” ของการละเมิดกฎหมาย PDPA รวมถึง “ข้อสงสัย” ที่กำลังถกเถียงกันเมื่อ PDPA ถูกบังคับใช้

.

ใน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ให้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject Right)

.

สิทธิได้รับการแจ้งให้ทราบ

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบ ก่อนหรือในขณะที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น

  • ต้องการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอะไรบ้าง
  • วัตถุประสงค์การเก็บข้อมูลนั้น ๆ
  • นำไปใช้ทำอะไรหรือส่งต่อไปให้ใครบ้าง
  • เก็บข้อมูลอย่างไร เก็บนานแค่ไหน
  • ฯลฯ

.

สิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอมได้ โดยสิทธินี้จะต้องไม่ขัดต่อกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ถ้าไม่ขัดหรือส่งผลกระทบดังกล่าว เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับสิทธิภายใน 30 วันนับจากวันที่ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ได้รับคำขอ

.

สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม นำไปใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเมื่อใดก็ได้ แต่ต้องไม่ขัดด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือขัดต่อสิทธิการเรียกร้องตามกฎหมาย หรือผู้รวบรวมนำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นไปเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สถิติ

.
สิทธิขอให้ลบหรือทำลาย

หากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลถูกขอให้ลบหรือทำลาย หรือผู้ควบคุมทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลเจ้าของได้ โดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องผู้รับผิดชอบดำเนินการทั้งในทางเทคโนโลยีและค่าใช้จ่ายเอง

.
สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม

หากเจ้าของข้อมูลเคยให้ความยินยอมในการใช้ข้อมูล แต่ภายหลังต้องการยกเลิกความยินยอมนั้น ก็สามารถทำได้ตลอด และการยกเลิกความยินยอมนั้นจะต้องทำได้โดยง่ายโดยการยกเลิกจะต้องไม่ขัดต่อข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมทางกฎหมาย หรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไปก่อนหน้านี้

.
สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนใจไม่ต้องการให้ข้อมูลแล้ว หรือเปลี่ยนใจระงับการทำลายข้อมูลเมื่อครบกำหนดที่ต้องทำลาย เพราะมีความจำเป็นต้องนำข้อมูลไปใช้ในทางกฎหมาย หรือการเรียกร้องสิทธิ

.
สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ โดยการแก้ไขนั้นจะต้องเป็นไปด้วยความสุจริต และไม่ขัดต่อหลักกฎหมาย

.
สิทธิในการขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลต้องการนำข้อมูลที่เคยให้ไว้กับผู้ควบคุมข้อมูลรายหนึ่ง ไปใช้กับผู้ควบคุมข้อมูลอีกราย เจ้าของข้อมูลสามารถขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดทำข้อมูลนั้น ส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวให้ได้ หรือจะขอให้ส่งไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่นโดยตรงก็สามารถทำได้ หากไม่ติดขัดทางวิธีการและเทคนิค โดยการใช้สิทธินั้นต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย สัญญา หรือละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น

.

บทลงโทษ

กรณีกระทำความผิด พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA นั้น แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  1. บทลงโทษทางแพ่ง มีการทำให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย เช่น เสียหายทางร่างกาย เสียหายทางชื่อเสียง เสียหายทางสิทธิของบุคคลนั้นๆ เป็นต้น ผู้กระทำความผิดจึงจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย/ค่าสินไหม เป็นจำนวนเงิน
    – ในกรณีเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการถูกละเมิด องค์กรหรือหน่วยงานอาจจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นๆ ขึ้นอยู่กับศาลจะพิจารณา
  2. บทลงโทษทางอาญา เกิดจากมีการกระทำหรือมีความประพฤติที่รัฐมองว่าคุกคาม หรือเป็นภัยต่อทรัพย์สิน สุขภาพ ความปลอดภัยและศีลธรรมของประชาชนและส่วนรวม ซึ่งการลงโทษผู้กระทำความผิดประเภทนี้ โดยโทษทางอาญามี 5 อย่างคือ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ และริบทรัพย์สิน
    – บทลงโทษทางอาญา มีทั้งโทษจำคุก และ โทษปรับ ในกรณีโทษจำคุก ถ้าองค์กรหรือหน่วยงานของท่านมีการกระทำผิด พ.ร.บ. นั้น ผู้ที่จะได้รับโทษอาจจะเป็น ผู้บริหาร กรรมการ หรือเจ้าของบริษัทหรือหน่วยงานนั้นๆ อัตราโทษสูงสุด จำคุก 1ปี หรือ ปรับเป็นเงิน 1 ล้านบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
  3. โทษทางปกครอง เกิดจากการกระทำความผิดที่ฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย หรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องกระทำ แต่ยังไม่ร้ายแรงถึงระดับความผิดทางอาญาที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมและส่วนรวม
    – บทลงโทษทางปกครองของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คือโทษปรับเป็นจำนวนเงิน สูงสุดถึง 5 ล้านบาท โทษปรับนี้เป็นคนละส่วนต่างหากจากการชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งและโทษปรับทางอาญา

ในส่วนของ PDPA ได้มีการกำหนดบทลงโทษเอาไว้ทั้ง 3 ประเภทเลยและสามารถรับบทลงโทษทั้ง 3 ประเภทพร้อมกัน

.

ไขข้อข้องใจ ทำแบบนี้ ผิด PDPA หรือไม่?

การถ่ายรูป-ถ่ายคลิป ติดภาพคนอื่นโดยบุคคลนั้นไม่ยินยอมจะผิด PDPA หรือไม่?

การถ่ายรูป-ถ่ายคลิปโดยติดบุคคลอื่นโดยผู้ถ่ายรูป-ถ่ายคลิปไม่เจตนา และสื่อดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ถูกถ่าย สามารถทำได้ หากเป็นการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว
.
นำรูปถ่ายหรือคลิปที่ติดบุคคลอื่นไปโพสต์ลงโซเชียลมีเดียโดยบุคคลอื่นไม่ยินยอมจะผิด PDPA หรือไม่?
สามารถโพสท์รูป-คลิปได้ หากใช้เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว ไม่ใช้แสวงหากำไรทางการค้าและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
.
ติดกล้องวงจรปิดแล้วไม่มีป้ายแจ้งเตือนผิด PDPA หรือไม่?
การติดกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ไม่จำเป็นต้องมีป้ายแจ้งเตือน หากเพื่อป้องกันอาชญากรรมและรักษาความปลอดภัยกับตัวเจ้าของบ้าน แม้แต่การติดกล้องวงจรปิดในรถก็ไม่ผิด ถ้าติดเพื่อรักษาความปลอดภัยของเจ้าของรถ
.
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ความยินยอมทุกครั้งก่อนนำข้อมูลไปใช้
ไม่จำเป็น ต้องขอความยินยอม หากการใช้ข้อมูลดังกล่าว
(1) เป็นการทำตามสัญญา
(2) เป็นการใช้ที่มีกฎหมายให้อำนาจ
(3) เป็นการใช้เพื่อรักษาชีวิตและ/หรือ ร่างกายของบุคคล
(4) เป็นการใช้เพื่อการค้นคว้าวิจัยหรือสถิติ
(5) เป็นการใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ
(6) เป็นการใช้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ หรือสิทธิของตนเอง
.
การถ่ายภาพ-คลิปในขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่สามารถทำได้หรือไม่?
หากมีความสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานมิชอบด้วยกฎหมาย เช่น มีการรีดไถ เรียกผลประโยชน์อื่น ๆ สามารถถ่ายภาพ-คลิปเป็นหลักฐาน เพื่อใช้เรียกร้องสิทธิหรือปกป้องผลประโยชน์ส่วนตัวได้ แต่ถ้านำไปโพสต์ลงโซเชียลมีเดียเพื่อการดูหมิ่น เหยียดหยาม ไม่ว่าจะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สายงานอื่น ๆ หรือบุคคลทั่วไป นอกจากผู้โพสต์จะผิด PDPA แล้ว ยังผิดกฎหมายอื่น ๆ ด้วยค่ะ
.
References :
Related Content :

Leave your thoughts

Optimistic HR Recruitment works with top local and international businesses, as well as mid-sized corporations in the Thai market in the area of human resource development and recruitment services, as well as strategic consulting services in the IT and software fields.

ติดต่อเรา

บริษัท ฟิวชั่นโซลูชั่น จำกัด

77/148 ชั้น 34 อาคารสินสาธรถ. คุ้งธนบุรีแขวงคลองต้นไทรเขตคลองสานกรุงเทพมหานคร 10600