สมองแล่นตอนดึก ทำงานกลางคืน นอนเช้า…อันตรายหรือไม่?

“ทำงานตอนกลางวัน หัวไม่แล่น คิดงานไม่ออก แต่พอตกกลางคืน ความคิดใหม่ ๆ ไอเดียเจ๋ง ๆ ไหลมาไม่หยุด”

เคยเป็นกันไหมคะ? แล้วมีผลกระทบกับสุขภาพหรือไม่? ควรปรับตัวอย่างไรให้งานออกมาดีแล้วสุขภาพไม่พังเสียก่อน มาอ่านบทความนี้กันค่ะ

.

ช่วงเวลาปกติที่บริษัททั่วไปกำหนดเป็นเวลาทำงาน ก็มักจะเป็นช่วงพระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตกดิน บางบริษัทเริ่มทำงานตั้งแต่ 7.00 น. บางบริษัทก็เริ่มทำงานกันช้าขึ้นไปจนถึง 10.00 น. ส่วนเวลาเลิกงานนั้น ก็นับไป 8-9 ชั่วโมง บางแห่งก็แบ่งกันเข้างานตามกะ แต่ก็มีบริษัทจำนวนไม่น้อย ใช้วิธีนับเวลาการทำงานแบบ Flexible Time นับแค่ชั่วโมงทำงานที่องค์กรกำหนดไว้ จะเริ่มทำตอนกี่โมง เลิกงานตอนไหน ขอแค่ทำงานครบชั่วโมงที่กำหนดก็เพียงพอ ยิ่งในช่วงหลังมานี้ หลายบริษัทจำเป็นต้องให้พนักงาน Work from Home หรือทำงานที่บ้าน เพราะสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้น พนักงานหลาย ๆ คนเริ่มทำงานกันแบบไม่เป็นเวลา เข้างานตรงเวลา แต่ทำงานแล้วติดลม กว่าจะเลิกทำงานจริง ๆ ก็ปาเข้าไป 2-3 ทุ่ม โดยเฉพาะบางคนนั้น ยิ่งดึกยิ่งหัวแล่น สมองลื่นไหล คิดงานอะไรก็เป็นไปตามต้องการ พนักงานบางคนที่ทำงานแบบ Flexible Time ถึงขั้นเปลี่ยนเวลาทำงานมาเป็นช่วงกลางคืนอย่างเต็มรูปแบบกันเลยทีเดียว ทำแบบนี้แล้วดีหรือไม่?

.

อย่างที่หลายคนรู้สึกว่า เมื่อทำงานในตอนกลางคืน สมองจะทำหน้าที่ได้ดีกว่าในตอนกลางวัน ความคิดสร้างสรรค์ถูกสมองผลิตออกมาเกิดเป็นงานใหม่ ๆ ไอเดียเจ๋ง ๆ นั่นอาจเป็นเพราะว่า

ตอนกลางคืนมีความเงียบ

บางครั้งสาเหตุที่ทำให้เราคิดงานไม่ออก เกิดจากสิ่งรบกวนรอบตัวที่ทำให้เราไม่มีสมาธิ เสียงจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น เสียงจากเพื่อนร่วมงาน เสียงจากการจราจรบริเวณสถานที่ทำงาน หรือเสียงโทรศัพท์ในออฟฟิศที่ดังตลอดทั้งวัน ผู้คนในที่ทำงานที่เดินไปมากันจนน่าเวียนหัว ก็อาจทำให้เสียสมาธิได้ “กำลังจะคิดออกอยู่แล้วเชียว…” แต่ดันมีเสียงจากบางสิ่งแทรกเข้ามาในหัวสะงั้น การทำงานในบรรยากาศเงียบ ๆ เช่น ในตอนกลางคืน จะช่วยให้เรามีสมาธิจดจ่อกับงานที่อยู่ตรงหน้าได้มากขึ้น

เรื่องของจิตวิทยา

นอกจากสภาพแวดล้อมในเวลากลางคืนจะเงียบพอให้มีสมาธิแล้ว ยังเป็นเรื่องของหลักจิตวิทยาด้วย ในเวลากลางคืนจะเกิดการไหลของความคิดสร้างสรรค์ นักเขียนอย่าง Stephanie Meyer เคยกล่าวไว้ว่า เขาชอบเขียนงานตอนกลางคืนเพราะไม่มีสิ่งรบกวน เด็ก ๆ เข้านอนหมดแล้ว สิ่งเร้าที่จะดึงเขาออกมาจากสมาธินั้นมีน้อยมาก เมื่อเจาะลึกลงไปจะพบว่า งานของคนส่วนใหญ่มักเสร็จสิ้นในตอนเย็น เราจะมีเวลาหาแรงบันดาลใจและประสบการณ์ที่มีคุณค่าอื่น ๆ ในช่วงเวลาหลังจากนั้น เราจะไม่รู้สึกผิดที่จะเขียนงานในตอนกลางคืน ช่วงกลางคืนคือเวลาของเราแล้ว แสงไฟสลัวไม่สว่างเกินไป ความมืด และความเงียบ อากาศที่เย็นกว่าในตอนกลางวัน จะช่วยให้เราผ่อนคลายมากขึ้น

สารเคมีในสมอง

ในเวลาที่เราหลับ สมองบางส่วนจะทำงานน้อยลง โดยเฉพาะสมองส่วนหน้า (Frontal Lobe) ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ แต่สมองซีกขวาของบางคนก็ทำงานแปลกไป สมองซีกขวาเป็นเหมือนศูนย์กลางควบคุมความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับทุกสิ่ง ตั้งแต่อารมณ์ สัญชาตญาณ ไปจนถึงรูปแบบของความฝัน ทำให้เมื่อถึงเวลากลางคืน สมองซีกขวาของคนกลุ่มนี้จะทำงานมากขึ้น เป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงมีความคิดสร้างสรรค์ในเวลากลางคืนอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งในช่วงเวลากลางคืน ต่อมใต้สมองจะหลั่ง ‘โปรแลคติน’ (Prolactin) ออกมา ที่แม้จะเป็นฮอร์โมนเกี่ยวข้องกับการสร้างน้ำนมเป็นหลัก แต่ก็มีผลช่วยให้เรารู้สึกสงบได้ สามารถก่อเกิดเป็นความคิดที่สร้างสรรค์ แปลกใหม่ และอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดได้เช่นกัน ดังคำกล่าวของ Vincent Van Gogh ที่ว่า “ฉันมักจะคิดว่าเวลากลางคืนมีชีวิตชีวาและมีสีสันสดใสกว่ากลางวัน”

.

ถึงแม้การสร้างสรรค์งานในเวลากลางคืนดูจะมีข้อดีอยู่บ้าง แต่การ Switch เวลามาทำงานในตอนกลางคืนบ่อย ๆ นั้น ก็อาจะส่งผลเสียต่อสุขภาพเช่นกัน

แก่! ก่อนวัย

เนื่องจากร่างกายไม่ได้พักผ่อนในช่วงเวลาที่หลั่งฮอร์โมนออกมาซ่อมแซมจุดที่เสื่อมโทรม ผิวพรรณเริ่มเหี่ยวย่น ริ้วรอยและตีนกาถามหา ใบหน้าหมองคล้ำโดยเฉพาะใต้ตา ยิ่งได้รับแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ยิ่งไปกันใหญ่ แถมสิวขึ้นง่ายอีกด้วย

อ้วน!!! ง่ายกว่าปกติ

จากการทดลองเกี่ยวกับการนอน พบว่า คนนอนดึก นอนน้อย มีแนวโน้มน้ำหนักขึ้นง่ายกว่าคนนอนเต็มอิ่มอยู่แล้ว เมื่อปรับเวลามาทำงานในตอนกลางคืน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ยิ่งดึกยิ่งหิว ยิ่งทำงานไปด้วยยิ่งต้องกิน! แล้วจะไม่อ้วนได้ยังไงหละค้าาาาาาาาาา แล้วอีกไม่นาน ระบบย่อยจะเริ่มมีปัญหา เพราะการหลั่งฮอร์โมนในทางเดินอาหารจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป เดี๋ยวท้องผูก เดี๋ยวท้องเสีย หนัก ๆ หน่อยก็เป็นโรคกระเพาะ หรือ ถุงน้ำดีทำงานบกพร่อง เพราะช่วงเวลาที่จะหลั่งกรดไปย่อยอาหารนั้นผิดเพี้ยนไปหมด

อารมณ์เหวี่ยงวีนง่ายขึ้น

‘เมลาโทนิน’ (Melatonin) เป็นฮอร์โมนที่สร้างมาจากสมอง โดยสมองจะถูกกระตุ้นให้สร้างเมลาโทนินในเวลาที่ไม่มีแสงหรือมีแสงสว่างน้อย เมื่อถึงเวลากลางคืนสมองจะหลั่งเมลาโทนินออกมาสู่กระแสเลือด ทำให้ร่างกายรู้สึกง่วง แต่เมื่อเราเริ่มนอนดึก และตื่นตัวในเวลากลางคืนมากขึ้น ร่างกายจะหลั่งเมลาโทนินน้อยลง ส่งผลต่ออารมณ์ของเราด้วย หงุดหงิดง่ายเมื่อเจออะไรที่ไม่ได้ดั่งใจ

เสี่ยงโรครุมเร้า พร้อมด้วยภาวะสมองเสื่อม

มีโอกาสจะต้องเผชิญกับโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการนอนดึก หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ เช่น หลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ความดัน หรือมะเร็งลำไส้ เนื่องจากนาฬิกาชีวิตที่เปลี่ยนไป ระบบการทำงานของร่างกายก็จะถูกปรับตาม ร่างกายของบางคนปรับได้ แต่ถ้าร่างกายปรับไม่ไหว อาจส่งผลเสียมากกว่าที่คิด รวมถึง ‘โรคซึมเศร้า’ ภัยเงียบที่อาจะทำร้ายเราโดยไม่รู้ตัว เพราะโรคซึมเศร้าเป็นผลมาจากการหลั่งสารในสมองที่ผิดปกติ ดังนั้นต้องคอยสังเกตความผิดปกติของตัวเองด้วยนะคะ

.

แล้วเราจะปรับตัวกับ ‘นิสัยชอบทำงานตอนกลางคืน’ ได้อย่างไร

หลัก ๆ แล้ว สาเหตุที่ใครหลายคนทำงานในตอนกลางวันได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ก็เพราะว่าสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นดั่งใจ ดังนั้นลอง ‘ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบตัว’ จัดโต๊ะทำงานใหม่ ทำให้รอบข้างปลอดโปร่ง มีลมพัดผ่าน หรือหาต้นไม้มาวาง ก็ช่วยได้

.

เลี่ยง ‘คาเฟอีน’ ในช่วงเย็นของวัน คาเฟอีนในเครื่องดื่มอย่างชาและกาแฟ เป็นตัวการหนึ่งที่ขัดขวางการนอนหลับของเรา ต่อให้เราทำงานเสร็จเร็วและอยากจะนอนเร็วขึ้น แต่เจอฤทธิ์คาเฟอีนเข้าไป ก็คงยากที่จะข่มตานอน

.

นึกถึง ‘สุขภาพ’ ที่อาจะสูญเสียไปจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือ การทำลายนาฬิกาชีวิตของตัวเอง ฝืนตัวเองให้ทำงานในตอนกลางวันให้ได้ ถึงแม้ความคิดจะเฉื่อยชาไปบ้าง แต่ไม่จำเป็นต้องทุ่มเวลาทำงานทั้งหมดในตอนกลางคืน ลองใช้การแบ่งเวลาทำงานเป็นช่วง ๆ ช่วงเช้าทำงานเบา ๆ และใช้เวลาช่วงเย็นถึงหัวค่ำ สร้างสรรค์งานที่ต้องใช้ความครีเอทีฟดูบ้าง จะได้พักผ่อนมากขึ้น สุขภาพดี หน้าเด็ก สดชื่น ไม่ฉุนเฉียวง่าย

.

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘มีวินัย’ กำหนดเวลาทำงานให้ชัดเจน สร้างนาฬิกาชีวิตของตัวเองบ้าง มี Deadline ในการทำงานก็ดี หรือจะยืดหยุ่นก็ได้ แต่ต้องไม่มากเกินไปจนเสียสมดุล นอกจากจะรักษาสุขภาพที่ดีเอาไว้ได้แล้ว ยังมีตารางเวลาที่เป็นระบบทำให้ชีวิตไม่วุ่นวาย และมีเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นได้อีกด้วยค่ะ

.

References :

https://missiontothemoon.co/%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99-%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%AB/

https://shortrecap.co/culture/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99/

https://intrend.trueid.net/article/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99-%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B6%E0%B8%81-%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99-trueidintrend_106365

https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/november-2019/melatonin

Related Content :

 

 

 

 

 

 

Leave your thoughts

Optimistic HR Recruitment works with top local and international businesses, as well as mid-sized corporations in the Thai market in the area of human resource development and recruitment services, as well as strategic consulting services in the IT and software fields.

ติดต่อเรา

บริษัท ฟิวชั่นโซลูชั่น จำกัด

77/148 ชั้น 34 อาคารสินสาธรถ. คุ้งธนบุรีแขวงคลองต้นไทรเขตคลองสานกรุงเทพมหานคร 10600