จุดเปลี่ยนองค์กร กับการทำงานหลังยุค COVID-19

จุดเปลี่ยนองค์กร กับการทำงานหลังยุค COVID-19

การทำงานในยุค Covid-19 หลายองค์กรมีนโยบายให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส พนักงานบางคน WFH ได้แค่ 6 เดือน บางคน 1 ปี หรือบางคนก็ทำงานที่บ้านมาตั้งแต่ Covid ซีซั่นแรก รวมระยะเวลาก็ 2 ปีเห็นจะได้ จาก ‘บ้าน’ ที่เคยเป็นที่พักอาศัย กลายเป็นเสมือนเป็นออฟฟิศใหม่ไปแล้ว บางคนถึงกับจัดโซนสำหรับทำงานขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะเพื่อสร้างบรรยากาศให้น่าทำงานมากยิ่งขึ้น

.

อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์โรคระบาดมีแนวโน้มดีขึ้น บริษัททั้งหลายเริ่มให้พนักงานกลับเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศเหมือนเดิม แต่ปัญหาที่อาจตามมาก็คือ พนักงานที่ WFH มาเป็นเวลานานนั้นจะรู้สึกเหมือนเดิมไหม เพราะการทำงานที่บ้านสำหรับบางคนนั้นสะดวกสบายกว่าที่ออฟฟิศ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานจะลดลงหรือไม่ ออฟฟิศยังจำเป็นสำหรับการทำงานหรือเปล่า ‘บริษัท’ จะต้องเจออะไรบ้าง?

.

Workcation : Work กับ ธรรมชาติ

Work From Home กลายเป็นชีวิตรูปแบบใหม่ของเหล่าพนักงาน ทำงานที่บ้าน ไม่ต้องรีบร้อนในตอนเช้า ไม่ต้องเผชิญการจราจรที่เลวร้าย มีเวลาทำงานถึงหัวค่ำ ไม่ต้องรีบกลับบ้านเพราะกลัวรถติด บางคนทำงานจนถึงก่อนเข้านอนเลยก็มี ถึงแม้จะดู Work ไร้ Balance ไปบ้าง แต่ในระหว่างวันนั้น หากไม่มีงานเร่งด่วน พนักงานอาจมีความสุขกับการทำงานเรื่อย ๆ โดยยังคงบรรลุเป้าหมายความสำเร็จในแต่ละวันไปได้ นอกจาก Work from Home แล้ว ยังมีเทรนด์การทำงานรูปแบบใหม่เกิดขึ้น นั่นคือ Work from Anywhere หรือ Workcation เรียกง่าย ๆ ว่า มันคือการเปลี่ยนสถานที่ทำงาน จาก ‘บ้าน’ ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา น้ำตก หรือทุ่งหญ้าเขียว ๆ การได้ทำงานอยู่กับธรรมชาติ ถึงแม้จำเป็น Workday ต้องโฟกัสอยู่กับงาน แต่ยังคงรู้สึกผ่อนคลายราวกับอยู่ในช่วงเวลาของการท่องเที่ยว การเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงานอาจทำให้พนักงานแฮปปี้กับการทำงานมากขึ้น ส่งผลดีต่อสภาพจิตใจ ลดความเครียดในการทำงานได้เช่นกัน

.

Gadgets อำนวยความสะดวกในการทำงานเป็นสิ่งจำเป็น

เมื่อต้องทำงานที่บ้านเป็นเวลานาน ๆ หลายคนถึงขั้นลงทุนซื้อโต๊ะ-เก้าอี้ใหม่แบบยกชุดที่เข้ากับสรีระของตัวเองมากกว่าชุดโต๊ะ-เก้าอี้ในที่ทำงาน แถมด้วยการ CF อุปกรณ์เสริม ทั้งหมอนรองคอ เครื่องนวดคอ บ่า ไหล่ อวัยวะชิ้นสำคัญของเหล่าพนักงานออฟฟิศ อุปกรณ์ของใช้ที่เป็นของเราเอง ไม่ปะปนกับใคร และยังมอบความสะดวกสบายในการทำงานมากยิ่งขึ้น เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่คนไม่อยากกลับไปทำงานที่ออฟฟิศ ต้องใช้อุปกรณ์ร่วมกับคนอื่น ๆ โต๊ะ-เก้าอี้ที่มีรูปแบบตายตัว นั่งแล้วปวดคอปวดหลัง หรือแม้แต่ ลิฟต์และห้องน้ำ ที่ต้องใช้ร่วมกันในช่วงที่มีโรคระบาด อาจะไม่สบายใจสักเท่าไหร่ องค์กรคงต้องยอมลงทุนสักหน่อย เพื่ออำนวยความสะดวกเหล่านั้นให้กับพนักงาน ถึงแม้อุปกรณ์บางชิ้นจะมีราคาสูง ก็ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไปตามกำลังขององค์กร อย่าลืมว่า ‘ทรัพยากรบุคคล’ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปได้ และสุขภาพของพวกเขาเหล่านั้น คือสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ หากคนในองค์กรมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีก็คงส่งผลดีไม่น้อยเลยหละ

.

การทำงานแบบ Hybrid จะแพร่หลายมากยิ่งขึ้น

เมื่อ WFH มาเป็นเวลานาน หลายคนเกิดความรู้สึกว่า “ทำงานที่บ้านก็ได้ ไม่เห็นต้องเข้าออฟฟิศเลย” แล้วออฟฟิศยังจำเป็นอยู่หรือไม่? หลาย ๆ องค์กรเริ่มใช้รูปแบบการทำงานแบบ Hybrid โดยให้พนักงานเข้าออฟฟิศเมื่อมี Meeting เมื่อต้องทำงานร่วมกันแบบทีม หรือเมื่อมีกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกัน มีพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ส่วนตัวสำหรับพักผ่อน โต๊ะทำงานแบบประจำของใครคนใดคนหนึ่งก็จะหายไป เหลือเพียง Hot Desks สำหรับคนที่แวะเวียนเข้าออฟฟิศ พื้นที่ส่วนที่เหลือถูกปรับเป็นพื้นที่สำหรับประชุม ห้องกิจกรรมสำหรับระดมสมองพร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัย บางองค์กรใช้วิธีคืนพื้นที่บางส่วนที่เคยเป็นออฟฟิศให้กับผู้ให้เช่าไป ทำให้ลดค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าบำรุงไปได้เกือบครึ่ง และยังสามารถนำงบประมาณจากการลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ไปใช้ในการปรับปรุงออฟฟิศส่วนที่เหลืออยู่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

.

รูปแบบเวลา การขาด ลา มาสาย จะเป็นปัญหาน้อยลง เวลาในการทำงานจะยืดหยุ่นมากขึ้นจากการทำงานที่บ้าน ไม่มีการแทร็คเวลาเข้า-ออกงาน ไม่โฟกัสชั่วโมงการทำงาน แต่!!! ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานจะต้องออกมาเป็นไปตามความคาดหวังขององค์กร โดยจะวัดจาก KPI หรือ ผลประกอบการโดยรวมขององค์กร ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้หลายองค์กรยังไม่สามารถใช้นโยบายการทำงานแบบ Hybrid เพราะองค์กรรู้สึกว่า ไม่สามารถควบคุมพนักงานได้และเกรงว่าประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการปฏิบัติงานของพนักงานจะต่ำลงนั่นเอง

.

ไม่เพียงแต่ในมุมขององค์กรเท่านั้น WFH ก็ไม่ได้เหมาะกับพนักงานทุกคน บางคนรู้สึกว่า ตัวเองนั้นอยู่ในสภาวะ Work ไร้ Balance ของแท้ ตื่นเช้ามาทำงานตามเวลา แต่กว่าจะวางมือจากการทำงานในตอนกลางคืนได้ก็ 5 ทุ่ม เที่ยงคืนแล้ว บางคนอาจจะติดลมและเพลินกับการทำงาน แต่บางคนอาจทำงานไม่ทันส่งเพราะบรรยากาศการทำงานไม่กดดันเหมือนในออฟฟิศ ชิลไปเรื่อย รู้ตัวอีกทีก็มืดเสียแล้ว

.

ถึงแม้จะมีคำแนะนำหรือแนวทางใหม่ ๆ สำหรับองค์กรเพื่อใช้ปรับรูปแบบการทำงานให้เข้าถึงพนักงานในยุคฟื้นฟูจาก Covid-19 แต่ใช่ว่าทุกองค์กรจะสามารถนำแนวทางเหล่านั้นไปใช้ได้ทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับระเบียบ ข้อปฏิบัติ รูปแบบงาน หรือแม้แต่วัฒนธรรมองค์กรซึ่งเป็นปัจจัยหลัก ดังนั้นวิธีการที่องค์กรจะทำการปรับเปลี่ยนการทำงานวิถีใหม่ได้นั่น คงต้องใช้วิธีการหารือ พูดคุย และทำความเข้าใจกับพนักงาน รับข้อแนะนำและนำมาวางแผนให้เข้าถึงและเข้าใจคนในองค์กร รวมถึงประเมินความเป็นไปได้ในข้อเรียกร้องของทุกฝ่าย แบบไหนที่คนส่วนมากจะยอมรับ แฮปปี้ และพร้อมจะปรับเปลี่ยน มีเพียงคนในองค์กรเท่านั้นแหละค่ะ ที่จะสามารถช่วยให้เกิดขึ้นได้

.

เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน 😊

.

References :

https://thematter.co/social/workplace/how-wfh-changes-our-life/151621

https://www.bangkokbiznews.com/blogs/columnist/126846

Related Content :

Leave your thoughts

Optimistic HR Recruitment works with top local and international businesses, as well as mid-sized corporations in the Thai market in the area of human resource development and recruitment services, as well as strategic consulting services in the IT and software fields.

ติดต่อเรา

บริษัท ฟิวชั่นโซลูชั่น จำกัด

77/148 ชั้น 34 อาคารสินสาธรถ. คุ้งธนบุรีแขวงคลองต้นไทรเขตคลองสานกรุงเทพมหานคร 10600